แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัศนะภาวะปริชาน epistemic modality ทัศนะภาวะปริพัทธ deontic modality “ต้อง” “น่าจะ” “ควรจะ” แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัศนะภาวะปริชาน epistemic modality ทัศนะภาวะปริพัทธ deontic modality “ต้อง” “น่าจะ” “ควรจะ” แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทัศนะภาวะปริชาน (epistemic modality) และทัศนะภาวะปริพัทธ (deontic modality) ในคำช่วยหน้ากริยา “ต้อง” “น่าจะ” “ควรจะ”

สวิทเซอร์ (Sweetser 1990) ได้เสนอไว้ในการศึกษาด้านอรรถศาสตร์ปริชาน (cognitive semantics) ว่าขอบเขตของทัศนะภาวะสัญชานและขอบเขตของทัศนภาวะปริพัทธเป็นขอบเขตที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ความสัมพันธ์นี้เป็นความสัมพันธ์เชิงอุปลักษณ์ (metaphorical) กล่าวคือ เราไม่ได้สร้างระบบมโนทัศน์เกี่ยวกับการคาดคะเนโดยตัวของมันเอง แต่เราได้มาจากการขยายขอบข่ายความเข้าใจเกี่ยวกับการอยู่ภายใต้เงื่อนไขบังคับทางกายภาพและสังคม (Sociophysical World) ซึ่งเป็นขอบข่ายของทัศนะภาวะปริพัทธ นั่นก็คือในทางอรรถศาสตร์แล้ว หมายความว่ามีการเชื่อมโยงเชิงอุปลักษณ์ (metaphorical mapping) จากระบบความหมายเกี่ยวกับเงื่อนไขทางกายภาพและสังคม (ซึ่งก็คือทัศนะภาวะปริพัทธ หรือ deontic modality) ไปสู่ระบบความหมายเกี่ยวกับการใช้หลักเหตุผลในการคาดคะเน (ซึ่งก็คือ ทัศนะภาวะปริชาน หรือ epistemic modality)

ในภาษาไทยพบว่า คำแสดงทัศนะภาวะปริพัทธหลายคำสามารถใช้เพื่อแสดงความหมายการคาดคะเนได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่างนี้แสดงการเปรียบเทียบการใช้คำช่วยหน้ากริยา “ต้อง” ที่ขยายความประโยคแตกต่างกัน

1. มีระเบียบออกมาใหม่ว่านักศึกษาทุกคนต้องสวมร้องเท้าหุ้มส้น

2. ยาหลายๆ ตัวออกฤทธิ์ได้แตกต่างกัน แน่นอนว่าต้องมียาบางชนิดที่ไม่ถูกกับอาหารบางประเภท

ตัวอย่างประโยคที่1. แสดงการใช้คำช่วยหน้ากริยา “ต้อง” เพื่อแสดงทัศนะภาวะบังคับ นั่นคือ มีระเบียบที่เป็นสิ่งบังคับให้นักศึกษาทุกคนดำเนินตาม ในที่นี้คือสวมรองเท้าหุ้มส้น ในขณะที่ประโยคที่2. ตามหลักเหตุผลที่ยกมาในปริบทแวดล้อมบังคับให้เราเชื่อได้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมียาบางชนิดไม่ถูกกับอาหารบางประเภท

คำช่วยกริยา “น่าจะ” ก็เช่นเดียวกัน โดยปกติแล้วมีหน้าที่แสดงทัศนะภาวะปริพัทธ แต่ก็สามารถใช้แสดงทัศนะภาวะสัญชานได้ในบางกรณี ดังตัวอย่าง

3. หากคุณเกิดความไม่สบายกะทันหันก่อนวันเดินทาง ทางที่ดีน่าจะเลื่อนวันเดินทางไปก่อนจนกว่าอาการจะดีขึ้น

4. รายได้ในปีนี้คาดว่าจะดีขึ้น เพราะเราเริ่มโฆษณาทางโทรทัศน์แล้ว ดิฉันคิดว่าน่าจะทำให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น

ตัวอย่างประโยคที่3. แสดงความเห็นของผู้พูดที่ชี้แนะผู้ฟังให้กระทำตามคือเลื่อนวันเดินทาง ในตัวอย่างที่4. นั้น ผู้พูดไม่ได้ชี้แนะผู้ฟังให้กระทำแต่อย่างใด แต่ผู้พูดแสดงการคาดคะเนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่การดำเนินการโฆษณามีผลทำให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์ของตนมากขึ้น

ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการเปรียบเทียบการใช้คำช่วยหน้ากริยา “ควร” ตามด้วย “จะ” เพื่อแสดงทัศนะภาวะปริพัทธและทัศนะภาวะสัญชานตามลำดับ

5. การเดินเพื่อสุขภาพให้ได้ผลดีต้องเดินเร็วๆ วันละประมาณ 30-40 นาที

6. ค้นดูตามซอกตามมุมที่คิดว่าควรจะมีอยู่ แต่ก็ไม่พบสักสลึง

ในประโยคที่ 5. ผู้พูดเสนอแนะให้ผู้ฟังกระทำตาม นั่นคือให้เดินเร็วๆ ในระยะทางและเวลาที่ผู้พูดแนะนำ ส่วนในประโยคที่6. ผู้พูดบอกเล่าการคาดคะเนความเป็นไปได้ที่จะมีเงินอยู่บริเวณซอกมุม ไม่ใช้เป็นการเสนอแนะให้ผู้อ่านผู้ฟังกระทำตามแต่อย่างใด

อ้างอิง : Sweetser, Eve. 1990. From Etymology to Pragmatics: The Mind-as-Body Metaphor in semantic Structure and Semantic Change. Cambridge: Cambridge University Press.