วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Antonymy and word-formation
A brief discussion of “Fanxun” word of Chinese
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554
An analysis of Chinese joy sense’s Rationale
วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554
การจัดกลุ่มความสัมพันธ์ทางความหมายใน "คำสอย"

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า สำหรับท่านที่ทำใจรับคำหยาบที่เกี่ยวกับเรื่องในมุ้งไม่ได้ อาจจะข้ามบทความนี้ไปได้เลย เพราะวัตถุดิบในการวิเคราะห์วันนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่คนนอกวัฒนธรรมรับได้ยาก นั่นก็คือ “สอย”
“สอย” ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง เอาไม้มีขอหรือมีง่ามหรือไม้จำปาเกี่ยว ดึงดัน หรือบิดเอาดอกไม้ลูกไม้เป็นต้นลงมา; แทงด้วยเข็มหรือสิ่งที่แหลมอย่างเข็มเย็บผ้าให้เป็นตะเข็บ (ราชบัณฑิตยสถาน.๒๕๔๓) แต่เป็น “สอย” ที่เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ ที่แฝงไปด้วยอารมณ์ขันของคนอีสาน คำสอยส่วนมากจะเน้นหนักในเรื่องทางเพศ แต่ชาวบ้านเขาไม่ถือสากัน กลับเห็นเป็นเรื่องขำขันและสนุกสนานมากกว่า คล้ายคลึงกับกลอนเพอะนั่นเอง
สอยมีหลายประเภทซึ่งในที่นี้จะขอแบ่งเป็นสอยสมัยเก่ากับสอยสมัยใหม่ ดังนี้
1. สอยสมัยเก่า
คำสอยสมัยเก่าใจความสำคัญจะอยู่ที่ประโยคหลัง โดยที่วรรคแรกจะเป็นเพียงการกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการสื่อ แต่นำมาใส่เพื่อเป็นแบบลักษณ์พิเศษของ การสอย และหาคำลงท้ายให้สัมผัสกับข้อความต่อไปที่เป็นใจความหลัก เช่น
สอย... สอย... ส้มผักเสี้ยนสังเวียนสังแวะ ใต้ท้องน้อยเป็นฮอยขวานแซะ
(เป็นการเสียดสีผู้หญิงที่นั่งไม่ระวังตัว)
สอย... สอย... นกแตดแต้บินข้ามปลายตาล ไผได้ผัวทหารผู้นั้นฮักซาติ
(ล้อเลียนหญิงสาวที่มีคู่รักถูกเกณฑ์เป็นทหาร)
สอย... สอย... หัวสิงไคเป็นกอพะยะ ผู้สาวมักพระ ตกนรกอเวจี
(เป็นการเตือนสติให้สาวเกรงกลัวต่อบาป)
2. สอยสมัยใหม่
คำสอยสมัยใหม่ยังคงไว้ซึ่งเรื่องทางเพศ แต่เนื้อความของสอยจะมีความเกี่ยวข้องกันในระหว่างวรรคแรกและวรรคที่สอง ซึ่งไม่ใช้ประโยคที่เป็นแบบลักษณ์ของคำสอยสมัยเก่า แต่จะมีการคิดประโยคใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคนที่ต้องการยั่วล้อ และมีลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผล เช่น
สอย... สอย... สาวส่ำน้อยบ่ฮู้จักสรพงษ์ บัดเขาฮูดซิบลง นี่หรือดำอำมหิต
(สอย... สอย.. สาววัยรุ่นไม่รู้จักสรพงษ์ พอเขารูดซิบลง นี่หรือดำอำมหิต)
สอย... สอย... สาวเอกภาษาไทยบ่ฮู้จักกาพย์กลอน บัดเขาจับไปตอน นี่หรือสัมผัสนอกสัมผัสใน
(สอย... สอย... สาวเอกภาษาไทยไม่รู้จักกาพย์กลอน พอเขาจับไปตอน นี่หรือสัมผัสนอกสัมผัสใน)
สอย... สอย... สาวเอกภูมิศาสตร์บ่ฮู้จักแผนที่ บัดถืกโคยเข้าหี นี่หรือคืออ่าวไทย
(สอย... สอย... สาวเอกภูมิศาสตร์ไม่รู้จักแผนที่ พอถูกควยเข้าหี นี่หรือคืออ่าวไทย)
ดังนั้นเราจะเห็นว่า ความสัมพันธ์ทางความหมายในแนวนอนของคำสอยมี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ประโยคไม่มีความหายสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันเลยมีลักษณะที่ไปด้วยกันไม่ได้(Abnormal co-occurrence)คือในกลุ่มของคำสอยแบบเก่า กับลักษณะที่ประโยคมีความหมายไปด้วยกันได้(Normal co-occurrence) โดยเป็นเหตุเป็นผลกัน ได้แก่กลุ่มของคำสอยแบบใหม่
อ้างอิง
คำสอยจาก http://www.isangate.com/entertain/soi_01.html
รูปภาพจาก www.oknation.net/blog
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554
อุปลักษณ์ในผญา

หลังจากที่ห่างหายไปนาน คราวนี้เรามาต่อกันที่เรื่องของอุปลักษณ์ในผญาอีสาน โดยวันนี้ผู้เขียนได้หยิบยกผญาจากงานของ สมปอง จันทคง (2530) ได้ทำการศึกษา วันธรรมภาษาอีสานจากผญา: กรณีศึกษาบ้านหนองเรือ ตำบลสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร มาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์
ก่อนอื่นต้องมารู้จักผญาอีสานกันก่อน
ผญา หมายถึงถ้อยคำหรือข้อความที่ฉลาดหลักแหลมคมคาย เป็นคติเตือนใจ ภาษิต คำพังเพย คำอวยพร และโวหารที่หนุ่มสาวใช้ในการเกี้ยวพาราสีกัน ผญาเป็นคำภาษาอีสานตรงกับภาษาไทยกลางว่า ปัญญา อันแสดงถึงความรอบรู้ของผู้พูด แสดงถึงภูมิปัญญาของผู้พูด ดังผญาบทหนึ่งกล่าวว่า “มีเงินเต็มภาช์ บ่ท่มีผญาเต็มปูม” ซึ่งหมายความว่า มีเงินมากมายก็ไม่เท่ามีปัญญารอบรู้ (สมปอง จันทคง, 2530)
มีผู้รู้แบ่งประเภทของผญาไว้หลายประเภท เช่น ผญาภาษิต ตงโตย ผญาย่อยหรือคำคม ผญาเกี้ยว ผญาอวยพรเป็นต้น ในบทความนี้ผู้เขียนเลือกวิเคราะห์อุปลักษณ์ในผญาเกี้ยวหน้า 90-91 ซึ่งเป็นผญาที่หนุ่มสาวใช้เกี้ยวพาราสีกัน ดังนี้
ญ. อย่ามาตี๋แถลงเว่า แปลงหลายความปาก บ่แม่นเชื้อชาติอ้อย แปลงได้กะบ่หวาน
ผญาบทนี้เป็นบทที่ฝ่ายหญิงเหน็บแนมฝ่ายชายที่พูดด้วยว่า ถึงแม้จะปรุงแต่งคำพูดเท่าไรก็ไม่หวาน โดยมีแบบเปรียบหรือความหมายต้นทาง (source domain) คือ อ้อย และมีสิ่งที่ถูกเปรียบหรือความหมายปลายทางคือ คำพูด
ช. เจ้าผู้หงส์คำผ้าย เวหาเหินเมฆ งามเด้ กาดำว่าอยากมาอยู่ซ้อนทางพี้สิจั่งได๋น้อ
ผญาบทนี้เป็นคำกล่าวของฝ่ายชายที่ต้องการจะถามฝ่ายหญิงว่าจะมาขออยู่ด้วย(เป็นสามี) ได้หรือไม่ โดยเปรียบฝ่ายหญิง(target domain) เป็นหงส์ทองผู้งดงาม(source domain) และเปรียบตนเอง(target domain) เป็นกาดำ(source domain)
ญ. สัจจาวาจา ผู้ชายนี้ คือกวยกะต่าห่าง ถิ้มใส่น้ำ ไหลเข้าสู่ตา
ผญาบทนี้ฝ่ายหญิงได้เปรียบคำพูดของผู้ชาย(target domain) ว่าเป็นเหมือน ตะกร้าตาห่าง(source domain) ที่เมื่อทิ้งลงน้ำ น้ำก็สามารถไหลเข้าได้ทุกตา(ช่อง) กล่าวคือ คำพูดของผู้ชายเชื่อถือไม่ได้
ช. เจ้าผู้บัวบาน ในสะพังสระใหญ่ สมเจ้างาม บ่แพ้แล้ว ทางก้านเสี้ยนต่อหนาม
ผญาบทสุดท้ายนี้ฝ่ายชายได้เปรียบฝ่ายหญิง(target domain) ว่าเป็น บัวบาน(source domain) ในสระใหญ่ ที่มีความงดงาม แต่ตรงก้านกลับมีหนาม ซึ่งเสี้ยนหนามก็เป็นแบบเปรียบหรือความหมายต้นทาง(source domain) ของสติปัญญา(target domain)ของผู้หญิงที่มีไว้ป้องกันอันตราย
จากตัวอย่างผญาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าแบบเปรียบส่วนใหญ่ที่คนอีสานนำมาใช้เปรียบจะเป็นสิ่งที่พบเห็นทั่วไปในธรรมชาติและสิ่งที่ปรากฏในชีวิตประจำวันของตน เช่น อ้อย อีกา ดอกบัว ตะกร้า ส่วน หงส์นั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในคติของชาวอีสานซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่สูงส่งงดงาม ตรงกันข้ามกับอีกาที่มีสีดำต่ำต้อย
คำเปรียบที่พบคือ เปรียบผู้หญิงเป็น หงส์ และดอกบัว เปรียบผู้ชาย(ที่จะเข้าไปจีบ)เป็นกาดำ เปรียบคำพูดเป็น อ้อย (+) และตะกร้าห่าง (-)
เอกสารประกอบการศึกษา
สมปอง จันทคง. 2530. “วัฒนธรรมภาษาอีสานจากผญา: ศึกษากรณีบ้านหนองเรือ ตำบลสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
รูปภาพจาก: http://www.google.co.th/imgres?q=%E0%B8%9C%E0%B8%8D%E0%B8%B2&um=1&hl=th&sa=N&biw=1280&bih=513&tbm=isch&tbnid=-cC9f2U16wrLgM:&imgrefurl=http://www.oknation.net/blog/print.php%3Fid%3D79918&docid=ApuarOdze2oFLM&imgurl=http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx%253FID%253D315351&w=400&h=373&ei=DwaYTs6WN5GurAeK6rCEBA&zoom=1&iact=hc&vpx=856&vpy=126&dur=1438&hovh=156&hovw=167&tx=100&ty=78&sig=108999041989717693267&page=5&tbnh=140&tbnw=160&start=47&ndsp=12&ved=1t:429,r:10,s:47
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554
A brief discussion of synesthesia and metaphor
Auditory sense | Visual sense |
source: strains of a song | target: gusts of fragrance |
Nice and blurred song | The fragrancy of the wind |
Carried by : air | Breeze |
Distance: from a far-off tower | Where the breeze pass |

